การทุจริตทางการบัญชีและภาษีอากรในประเทศไทยยังไม่พบปัญหาช่องว่างกฎหมาย แต่มีปัญหาด้านการบังคับใช้ที่ขาดประสิทธิภาพและล่าช้า จึงควรเพิ่มอำนาจสอบสวนให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. และจัดตั้งหน่วยงานอิสระเพื่อดูแลและตรวจจับการทุจริตทางการบัญชีและภาษีอากร
ปัจจุบันการกระทำอันทุจริตนั้นมีความซับซ้อนและมีหลายรูปแบบ อีกทั้ง ผู้ที่กระทำการทุจริตมักเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้ความสามารถสูง ทำให้ต้องอาศัยทักษะเฉพาะเพื่อให้เกิดความเข้าใจและวิเคราะห์เพื่อหาทางป้องกันและปราบปราม การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการทุจริตทางด้านการบัญชีและภาษีอากร ลักษณะการกระทำความผิดและแนวทางการลงโทษการทุจริตทางการบัญชีและภาษีอากรในปัจจุบัน รวมทั้งศึกษาปัญหาช่องว่างของกฎหมายที่ปัจจุบันไม่มีการบัญญัติให้เป็นความผิดเกี่ยวกับการทุจริตทางการบัญชีและภาษีอากร
โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพด้วยการทบทวนรรณกรรม และกรณีศึกษาเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 – 2561 และใช้การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง โดยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5 คน คือ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 1 ราย เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีอากรจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 1 ราย อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐ จำนวน 2 ราย และนักกฎหมาย/ทนายความที่เคยว่าความในคดีเกี่ยวกับการทุจริตทางบัญชี จำนวน 1 ราย
ผลการศึกษา พบว่า บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยส่วนมากพบการตกแต่งตัวเลขทางการบัญชีและการรายงานทางการเงิน ซึ่งเป็นรูปแบบหลักในการทุจริตทางการบัญชีและภาษีอากร เช่นเดียวกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ในด้านการกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถือว่าเหมาะสมเพราะโทษที่บัญญัติไว้สูงกว่าโทษที่ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา
ในการศึกษาช่องว่างทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พบว่า การทุจริตทางการบัญชีและภาษีอากรไม่พบปัญหาช่องว่างกฎหมาย แต่มีปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายที่ยังขาดประสิทธิภาพ มีความล่าช้าในการตรวจสอบพยานหลักฐาน เนื่องจากมีหลายขั้นตอนและหลายองค์กร และขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน การวิจัยนี้เสนอแนะว่าควรเพิ่มอำนาจในสอบสวนคดีพิเศษให้แก่สำนักงาน ก.ล.ต. และประเทศไทยควรมีการจัดตั้งหน่วยงานอิสระพิเศษ (Forensic Accounting) เพื่อดูแลและตรวจจับการทุจริตทางการบัญชีและภาษีอากรโดยตรง
รูปแบบ APA
ชนิดา ยาระณะ และปวินี ไพรทอง. (2562). การศึกษารูปแบบการกระทำความผิดและการลงโทษการทุจริตทางการบัญชีและภาษีอากร: กรณีศึกษาบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 12(2), 143–165.
- ชนิดา ยาระณะ
- ปวินี ไพรทอง
หัวข้อ
โมเดลทางทฤษฏีเชื่อมโยงดัชนี ITA ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและความคิดที่จะออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริตในภาครัฐ
งานวิจัยชี้ว่า 3 ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความคิดของบุคคลที่จะออกมาแจ้งเบาะแสในหน่วยงาน ได้เเก่ จริยธรรมขององค์กรที่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพื่อสาธารณะ ความสามารถในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมของเเต่ละบุคคล และความรู้สึกปลอดภัยในการเเสดงความคิดเห็น
โครงการศึกษาความเหมาะสมและความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาขององค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ ค.ศ.1997 ว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศในการทำธุรกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศ
ศึกษาความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นภาคีตามอนุสัญญาองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ ค.ศ.1997 ว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศในการทำธุรกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศ
แรงผลักดันในการทุจริตของพนักงานในองค์กร กรณีศึกษา: อุตสาหกรรมบริการโลจิสติกส์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
แรงกดดัน โอกาส และการให้เหตุผลเข้าข้างตนเองเป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดการทุจริตขององค์กรในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งแต่ละปัจจัยมีความสัมพันธ์เชิงสนับสนุนต่อกันให้เกิดการทุจริต


