การสร้างแอปพลิเคชัน “โตไปไม่โกง” เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันตามแนวคิดโรงเรียนสุจริตสําหรับเยาวชนของชาติ

การศึกษาประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน “โตไปไม่โกง” เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันตามแนวคิดโรงเรียนสุจริตสําหรับเยาวชนของชาติ พบว่า แอปพลิเคชันฯ มีประสิทธิภาพที่เหมาะสมสำหรับการนำไปช่วยพัฒนาความรู้ของผู้เรียน 

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาและสร้างแอปพลิเคชัน “โตไปไม่โกง” เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน 2) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพแอปพลิเคชัน “โตไปไม่โกง” เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยแอปพลิเคชัน “โตไปไม่โกง” เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน 

 

โดยใช้วิธีการศึกษาด้วยการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างกับกลุ่มตัวแทนครูโครงการโรงเรียนสุจริตจํานวน 15 คน และกระบวนการจัดแผนการจัดการเรียนรู้แอปพลิเคชัน “โตไปไม่โกง” เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยแอปพลิเคชัน จากกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนอนุบาลนราธิวาส จําานวน 43 คน  

 

ผลการวิจัย สรุปได้ว่ากระบวนการสร้างแอปพลิเคชัน “โตไปไม่โกง” เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันตามแนวคิดโรงเรียนสุจริตสําหรับเยาวชนของชาติเป็นอีกเทคโนโลยีที่สามารถสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการโครงการโรงเรียนสุจริตและเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงแอปพลิเคชันทางการศึกษาได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่มีขีดจํากัดของการเรียนรู้

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

ผการัตน์ ทองจันทร์. (2561). การสร้างแอปพลิเคชัน “โตไปไม่โกง” เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันตามแนวคิดโรงเรียนสุจริต (Upright School) สําหรับเยาวชนของชาติ. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 10(2), 115126.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2561
ผู้แต่ง

ผการัตน์ ทองจันทร์

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

You might also like...

KRAC Insights I หลักนิติธรรมสำคัญอย่างไรกับการต่อต้านคอร์รัปชัน

หลักนิติธรรมช่วยป้องกันคอร์รัปชันได้อย่างไร? บทความนี้ชวนทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่าง Rule of Law การใช้อำนาจรัฐ และดัชนี WJP Rule of Law Index เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสของประเทศไทย

KRAC Insights I เมื่อคอร์รัปชันกลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศ โลกต้องรับมืออย่างไร?

เมื่อคอร์รัปชันเชื่อมโยงกับระบบการเงิน เทคโนโลยี และเงินทุนข้ามพรมแดน โลกจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ข้อมูล และความโปร่งใส เพื่อรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

‘มองอนาคตงานวิจัยต้านโกงไทย: 5 เทรนด์สำคัญที่ควรไปต่อ’

งานวิจัยต้านโกงไทยควรไปต่อทางไหน? ชวนสำรวจ 5 เทรนด์สำคัญ ตั้งแต่ Open Data, AI, พฤติกรรม คอร์รัปชันข้ามพรมแดน ไปจนถึงการทดลองนโยบายจริง