หลักพุทธธรรมและทฤษฎีการพัฒนาทางจริยธรรมของโคลเบิร์กเพื่อลดการทุจริตในองค์กร

การส่งเสริมการศึกษา การแลกเปลี่ยน และการปฏิบัติตามหลักพุทธธรรมอย่างเหมาะสม จะช่วยยกระดับจริยธรรมของบุคคลให้เกิดศรัทธาในความดีและยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ นำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมสุจริตและลดปัญหาการทุจริตในสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน

 

บทความนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการศึกษาทฤษฎีการพัฒนาทางจริยธรรมและเหตุผลทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก และนำมาเชื่อมโยงเปรียบเทียบทฤษฎีดังกล่าวกับหลักธรรมและแนวคิดพื้นฐานของพุทธศาสน โดยมีวิธีการศึกษาเชิงคุณภาพด้วยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องจริยธรรมของโคลเบิร์ก และหลักธรรมทางพุทธศาสนา

 

ผลการศึกษา พบว่า การพัฒนาจริยธรรมของมนุษย์ตามทฤษฎีของโคลเบิร์ก แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับก่อนมีจริยธรรม ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สังคม และระดับจริยธรรมเหนือกฎเกณฑ์สังคม โดยบุคคลสามารถพัฒนาระดับจริยธรรมได้ด้วยความสามารถทางปัญญา การไตร่ตรอง การจัดระเบียบความคิด และการบูรณาการให้เกิดความเข้าใจใหม่

 

การได้รับปลูกฝัง ถ่ายทอด และการศึกษาอบรมตามหลักพุทธธรรมอย่างเหมาะสม จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้เกิดพัฒนาจิตใจและการใช้เหตุผลทางจริยธรรมของบุคคลไปสู่ระดับที่ 3 การมีจริยธรรมเหนือกฎเกณฑ์สังคม ซึ่งประกอบด้วย การทำเพื่อส่วนรวม และการยึดถือคุณธรรมสากล คือ ศรัทธาในความดีงาม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก แสดงถึงการมีจุดมุ่งหมายในการทำให้สังคมสงบสุขอย่างแท้จริง

 

ดังนั้น การส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักวิชาการและนักปฏิบัติ และการจัดหลักสูตรพุทธธรรมในสถานศึกษา โดยเฉพาะในวัยเด็ก ควบคู่กับการที่ผู้นำภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารและปฏิบัติตามหลักพุทธธรรมอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างวัฒนธรรมแห่งความสุจริต และลดปัญหาการทุจริตในสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

วิภาวรรณ ลิมป์ไพบูลย์ และพระครูโกวิท อรรถวาที. (2565). หลักพุทธธรรมและทฤษฎีการพัฒนาทางจริยธรรมของโคลเบิร์กเพื่อลดการทุจริตในองค์กร. วารสารมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(5), 175–193.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2565
ผู้แต่ง
  • วิภาวรรณ ลิมป์ไพบูลย์
  • พระครูโกวิท อรรถวาที
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการสำรวจการรับรู้และความเข้าใจด้านการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐในองค์การบริหารส่วนจังหวัดของประเทศไทย

ศึกษาและสํารวจข้อมูลระดับการรับรู้ของเจ้าหนาที่รัฐในองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มีต่อความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ เพื่อลดพฤติกรรมความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ในอนาคต

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

You might also like...

KRAC Insights I เรียนรู้กระบวนการทำงานและกรณีศึกษาการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.

ทำไมการปราบปรามทุจริตจึงต้องอาศัยทั้งกฎหมาย หน่วยงานตรวจสอบ และผู้แจ้งเบาะแส? KRAC ชวนเรียนรู้บทบาท ป.ป.ช. ผ่านขั้นตอนการดำเนินคดีและกรณีศึกษาจริง

KRAC Extract | AI กับคอร์รัปชัน: โอกาส ข้อจำกัด และบทเรียนจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน

AI กำลังเปลี่ยนการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างไร? KRAC Extract ชวนสำรวจบทบาทของ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ความเสี่ยง และสนับสนุนการสืบสวน พร้อมบทเรียนจากหลายประเทศ

เปิดห้องพิจารณางบประมาณ ‘สารตั้งต้น’ สกัดการคอร์รัปชัน

ทำไมประเทศไทยต้องเปิดประชุมกรรมาธิการงบประมาณให้ประชาชนรับรู้? กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชวนสำรวจเหตุใดการเปิดเผยข้อมูลการประชุมกรรมาธิการฯ จึงสำคัญต่อความโปร่งใสและการตรวจสอบภาครัฐ