ประชาสังคมกับการเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่นเพื่อพัฒนาระบบและกลไกในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน กรณีศึกษาจังหวัดนครราชสีมา

ศึกษาสถานการณ์ธรรมาภิบาล และแสวงหาความร่วมมือในการพัฒนาระบบกลไกเสริมสร้างธรรมาภิบาลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาคการศึกษา และภาคประชาสังคมในจังหวัดนครราชสีมา

งานวิจัยเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ธรรมาภิบาล แสวงหาความร่วมมือในการพัฒนาระบบกลไกเสริมสร้างธรรมาภิบาล

 

และพัฒนาบุคคล องค์กรต้นแบบการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานทางการศึกษา และภาคประชาสังคมในจังหวัดนครราชสีมา โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) 

สรุปประเด็นสำคัญจากงานวิจัย

  • ผลจากการศึกษาสถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา พบว่ามีลักษณะสำคัญ 2 รูปแบบ ได้เเก่ (1) ลักษณะการทุจริตที่มาจากตัวบุคคล และ (2) ลักษณะการทุจริตที่เกิดจากการบริหารงานขององค์กร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้ตำเเหน่งหน้าที่ในการเเสวงหาผลประโยชน์ที่เกิดจากการใช้อํานาจ บารมี และอิทธิพลในทางที่มิชอบของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการ 5 กลุ่ม ได้เเก่
  1. นักการเมือง
  2. ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
  3. ผู้รับเหมารายใหญ่ /พ่อค้า 
  4. ข้าราชการประจํา 
  5. ส่วนราชการที่กํากับดูแล/หน่วยงานระดับความมั่นคง
  • ผลจากการศึกษา พบว่าหน่วยงานทางการศึกษา ยังบริหารจัดการโดยขาดหลักธรรมาภิบาล ทําให้การทุจริตและคอร์รัปชันยังไม่ลดลง รวมถึงภาคประชาสังคมยังไม่ได้รับโอกาสให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบาย และตรวจสอบผลการดําเนินงาน ทําให้ประชาชน ผู้ปกครอง และนักเรียนขาดความเชื่อมั่นในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในชุมชนท้องถิ่นของตน

 

  • ผลจากการศึกษาและสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากร สามารถสรุปประเด็นและสถานการณ์เกี่ยวกับการคอร์รัปชันในสถานศึกษา ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
  1. การเรียกรับเงินจากการซื้อขายตําแหน่ง และการเรียกรับประโยชน์จากการใช้อำนาจหน้าที่ เช่น การสรรหา การบรรจุ การแต่งตั้ง การโยกย้าย และการประเมินผลงาน เพื่อเลื่อนวิทยฐานะ
  2. การจัดซื้อจัดจ้าง หรือเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เช่น การทุจริตในการสร้างสนามฟุตซอล และการฮั้วประมูลในสถานศึกษา
  3. การเบียดบังเวลาและทรัพย์สินราชการ เช่น การใช้รถราชการไปทํางานส่วนตัว การใช้เวลาราชการในการขายสินค้าออนไลน์ เป็นต้น

สรุปข้อเสนอเเนะจากงานวิจัย

  • ผลจากการศึกษาข้อเสนอเเนะของภาคประชาสังคมต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่มีประสิทธิผล ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมเฝ้าระวังการทุจริตคอร์รัปชันระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมอย่างจริงจังและกว้างขวาง ต้องมีการรณรงค์สร้างจิตสํานึกในเรื่องธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเเก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และต้องมีระบบร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสที่เข้มแข็ง ตลอดจนมีมาตรการลงโทษต่อบุคคล หรือหน่วยงานที่ขาดธรรมาภิบาล และมีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น
เอกสารอ้างอิง
รูปแบบ APA

ปรีชา อุยตระกูล, จิรัฐิพร ไทยงูเหลือม, สะปอย ชัยประเสริฐ, สันทนา ธรรมสโรจน์, รุ่งทิวา พลอยสุวรรณ์, อารีย์ ศรีอำนวย, ทวิสันต์ โลณานุรักษ์, อดิศักดิ์ ชมสูงเนิน ,พิมพ์พจี บรรจงปรุ, วลัญช์ชยา เขตบำรุง, พรทิพย์ คำพอ, วีระ พลอยครบุรี และปฐมเกียรติ ไชยคำ. (2561). โครงการประชาสังคมกับการเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่นเพื่อพัฒนาระบบและกลไกในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน กรณีศึกษาจังหวัดนครราชสีมา. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.).

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2561
ผู้แต่ง
  • ปรีชา อุยตระกูล
  • จิรัฐิพร ไทยงูเหลือม
  • สะปอย ชัยประเสริฐ
  • สันทนา ธรรมสโรจน์
  • รุ่งทิวา พลอยสุวรรณ์
  • อารีย์ ศรีอำนวย
  • ทวิสันต์ โลณานุรักษ์
  • อดิศักดิ์ ชมสูงเนิน
  • พิมพ์พจี บรรจงปรุ
  • วลัญช์ชยา เขตบำรุง
  • พรทิพย์ คำพอ
  • วีระ พลอยครบุรี
  • ปฐมเกียรติ ไชยคำ
หน่วยงาน
หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการสำรวจการรับรู้และความเข้าใจด้านการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐในองค์การบริหารส่วนจังหวัดของประเทศไทย

ศึกษาและสํารวจข้อมูลระดับการรับรู้ของเจ้าหนาที่รัฐในองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มีต่อความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ เพื่อลดพฤติกรรมความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ในอนาคต

โครงการศึกษาพรมแดนและช่องว่างความรู้เรื่องคอร์รัปชันและธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี พ.ศ. 2566-2570

ศึกษาพัฒนาการของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันและธรรมาภิบาลในประเทศไทย เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะต่อแนวทางการสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยในประเด็นคอร์รัปชัน และธรรมาภิบาลในอนาคต

You might also like...

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก

ปัญหาเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกับศาลปกครอง

นำเสนอการวิเคราะห์เชิงสถาบันต่อข้อขัดแย้งด้านอำนาจระหว่าง ป.ป.ช. และศาลปกครอง โดยชี้ให้เห็นผลกระทบต่อหลักนิติธรรม และเสนอแนวทางในการจัดวางดุลยภาพเพื่อคุ้มครองสิทธิและความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกับการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

บทความนี้วิเคราะห์คอร์รัปชันในฐานะปัญหาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจเสรีนิยมและทัศนคติทางสังคม พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขทั้งระดับโครงสร้างและจิตสำนึกเพื่อสร้างความโปร่งใสอย่างยั่งยืน