KRAC Extract | ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่ได้เลือก: บทเรียนจากความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกตั้งและคอร์รัปชัน

การเลือกตั้งมักถูกยกให้เป็นหัวใจของประชาธิปไตย เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนมีอำนาจสูงสุดในการกำหนดทิศทางของประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม “การเลือกตั้ง” เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้การเมืองสะอาด โปร่งใส หรือปลอดจากคอร์รัปชันในทันที หากการเลือกตั้งนั้นยังเต็มไปด้วยการซื้อเสียง การใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ฝ่ายตน หรือกติกาที่ไม่เป็นธรรม การเลือกตั้งก็อาจกลายเป็นเพียงพิธีกรรมทางการเมืองที่สร้างความชอบธรรมให้กับอำนาจทุจริต มากกว่าที่จะเป็นเครื่องมือของประชาชน!

KRAC Extract ประจำเดือนนี้ ชวนเจาะลึกว่าการเลือกตั้งที่ “สุจริตเที่ยงธรรม” สามารถช่วยลดปัญหาคอร์รัปชันได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงอุดมคติที่สวยงามแต่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางการเมือง ผ่านรายงานเรื่อง “The Relationship Between Electoral Integrity and Corruption” โดย Miloš Resimić, Jamie Bergin (2024) ที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างความสุจริตของการเลือกตั้งกับคอร์รัปชัน ที่ไม่ได้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา หากแต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและบริบทของแต่ละประเทศ

 การแข่งขันทางการเมืองอาจกลายเป็นแรงจูงใจใหม่ให้เกิดการคอร์รัปชันเพิ่มขึ้น หากสถาบันกำกับดูแลอ่อนแอ

โดยหลักการ การเลือกตั้งควรทำหน้าที่เป็นกลไกตรวจสอบอำนาจ นักการเมืองที่คอร์รัปชันย่อมเสี่ยงต่อการถูกประชาชน “ลงโทษ” ด้วยการไม่เลือกกลับเข้าสู่อำนาจอีก แนวคิดนี้เรียกว่า “ความรับผิดทางการเลือกตั้ง” (electoral accountability) ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าประชาชนไม่ยอมรับคอร์รัปชันและพร้อมใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นเครื่องมือควบคุมพฤติกรรมของผู้มีอำนาจ หากการเลือกตั้งมีความโปร่งใส นับคะแนนอย่างถูกต้อง และเปิดโอกาสให้การแข่งขันทางการเมืองเป็นธรรม ความต้องการของประชาชนก็จะสะท้อนออกมาผ่านผลการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างประชาธิปไตยกับคอร์รัปชันไม่ได้เป็นเส้นตรงเช่นนั้น ข้อมูลจากรายงานชี้ว่าประเทศที่เริ่มเปลี่ยนผ่านจากอำนาจนิยมไปสู่การเลือกตั้ง มักเผชิญกับคอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้นในระยะแรก เนื่องจากชนชั้นนำทางการเมืองพยายามใช้ทรัพยากรของรัฐและเครือข่ายอุปถัมภ์เพื่อรักษาอำนาจของตน เมื่อการเลือกตั้งถูกนำมาใช้โดยที่สถาบันกำกับดูแลยังอ่อนแอ การแข่งขันทางการเมืองอาจกลายเป็นแรงจูงใจใหม่ให้เกิดการคอร์รัปชันมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง

 

ทั้งนี้ เมื่อคุณภาพของการเลือกตั้งและสถาบันทางการเมืองพัฒนาถึงระดับหนึ่ง หากการเลือกตั้งมีกติกาที่เป็นธรรม การแข่งขันเปิดกว้าง และเสียงของประชาชนมีความหมายจริง คอร์รัปชันก็จะเริ่มลดลงอย่างเป็นระบบ กล่าวคือ การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมาพร้อมกับกติกาที่ชัดเจน สถาบันที่เข้มแข็ง และกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ จุดนี้เองที่การเลือกตั้งจะเริ่มแสดงพลังในฐานะกลไกควบคุมอำนาจทางการเมืองอย่างแท้จริง

ในบริบทที่ระบบอุปถัมภ์ฝังรากลึก อาจส่งผลให้ผู้เลือกตั้งมองข้ามพฤติกรรมทุจริตได้

อีกประเด็นสำคัญที่รายงานเน้นย้ำคือ ข้อจำกัดด้านพฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ข้อมูลจากรายงานระบุว่าแม้ประชาชนจำนวนมากแสดงท่าทีไม่ยอมรับคอร์รัปชันในเชิงหลักการ แต่ในการตัดสินใจจริงกลับมีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็นอคติทางพรรคการเมือง ความผูกพันทางอุดมการณ์ หรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากนักการเมืองท้องถิ่น สามารถทำให้ผู้เลือกตั้งมองข้ามพฤติกรรมทุจริตได้ โดยเฉพาะในบริบทที่ระบบอุปถัมภ์ฝังรากลึก

ยิ่งไปกว่านั้น เงินทุนหาเสียงจำนวนมหาศาลของพรรคการเมืองยังสามารถกลบผลกระทบของคดีอื้อฉาวได้ นักการเมืองที่มีทรัพยากรสูงสามารถสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ครอบงำพื้นที่สื่อ และเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มากกว่าคู่แข่ง แม้จะมีประวัติคอร์รัปชันก็ตาม สิ่งนี้สะท้อนว่า หากไม่จัดการโครงสร้างการแข่งขันให้เป็นธรรม การเลือกตั้งก็อาจกลายเป็นเวทีที่เงินมีอำนาจเหนือความถูกต้อง

การเปิดเผยข้อมูลด้านการเงินพรรคการเมือง และการมีองค์กรจัดการเลือกตั้งที่เป็นอิสระ ช่วยเพิ่มต้นทุนในการต่อต้านคอร์รัปชัน

นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างคอร์รัปชันในช่วงเลือกตั้งกับคอร์รัปชันหลังการเลือกตั้ง นักการเมืองที่ใช้วิธีการทุจริตเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ เช่น การซื้อเสียงหรือฝ่าฝืนกติกาเงินการเมือง มักมีแนวโน้มจะใช้อำนาจอย่างมิชอบต่อไปเมื่อเข้ารับตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้บริจาค การจัดสรรสัญญารัฐ หรือการสร้างเครือข่ายผลประโยชน์ระยะยาว ในแง่นี้ การปล่อยให้การโกงเลือกตั้งดำรงอยู่ จึงเท่ากับเปิดประตูให้การเอื้อประโยชน์ การคอร์รัปชันเชิงนโยบาย และระบบอุปถัมภ์ฝังรากลึกในระบบการเมือง

ท้ายที่สุด หากต้องการให้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือในการต่อสู้คอร์รัปชันอย่างแท้จริง จำเป็นต้องมีมาตรการที่สำคัญ เช่น การควบคุมและเปิดเผยข้อมูลด้านการเงินพรรคการเมืองอย่างโปร่งใส การมีองค์กรจัดการเลือกตั้งที่เป็นอิสระและมีทรัพยากรเพียงพอ และสื่อมวลชนที่สามารถตรวจสอบผู้มีอำนาจได้โดยไม่ถูกแทรกแซง กลไกเหล่านี้ช่วยเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยงของการคอร์รัปชัน และทำให้การใช้อำนาจโดยมิชอบทำได้ยากขึ้น



กล่าวโดยสรุป การเลือกตั้งไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ทันที แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างเงื่อนไขให้สังคมสามารถควบคุมอำนาจทางการเมืองได้ดีขึ้นเมื่อการเลือกตั้งทำงานควบคู่กับสถาบันที่เข้มแข็งและการตรวจสอบจากประชาชน การต่อสู้กับคอร์รัปชันก็มีโอกาสก้าวจากความหวังไปสู่ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น

คอลัมน์  “KRAC Extract” สกัดองค์ความรู้ที่จับต้องได้ผ่านการศึกษาสถานการณ์คอร์รัปชันโลกที่จะพาคุณไปสำรวจสถานการณ์คอร์รัปชันในระดับสากล เจาะลึกรายงานจากแหล่งข้อมูลนานาชาติ และวิเคราะห์ประเด็น Hot ที่โลกกำลังจับตา เพราะคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการเรียนรู้บทเรียนจากต่างประเทศคือหนึ่งในกุญแจสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ที่มา

Miloš Resimić, Jamie Bergin . 2024. The relationship between electoral integrity and corruption . Bergen: U4 Anti-Corruption Resource Centre, Chr. Michelsen Institute (U4 Helpdesk Answer 2024: 30)

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2569
ผู้แต่ง

เรียบเรียงโดย ธนากาญจน์ กันทอง
ฝ่ายสื่อสารองค์ความรู้

หน่วยงานสนับสนุน
05_โลโก้ KRAC
โลโก้คณะเศรษฐศาสตร์ (ภาษาไทย)

หัวข้อ
Related Content

KRAC คัดสรร เล่างานวิจัยไทย | เจาะกลโกงลึกเครือข่ายลับ ผู้อยู่เบื้องหลังการทุจริตงบประมาณโรงเรียน

แม้เราจะพูดถึงการปฏิรูปการศึกษามาหลายปี แต่ปัญหาที่ซ่อนอยู่กลับคือเครือข่ายอิทธิพลในระบบการศึกษาที่ทุจริตอย่างเป็นระบบ โดยงานวิจัยนี้ได้เปิดเผยกลไกผลประโยชน์ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และธุรกิจ พร้อมเสนอแนวทางสร้างความโปร่งใสเพื่อยุติวงจรคอร์รัปชันในวงการศึกษาไทย

KRAC คัดสรร เล่างานวิจัยไทย | ส่องการตรวจสอบทรัพย์สินเจ้าหน้าที่รัฐ : บทเรียนจาก 3 ชาติ

ความโปร่งใสในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน KRAC จึงอยากชวนมาดูกลไกการตรวจสอบทรัพย์สินของสหรัฐฯ จอร์เจีย และฮ่องกง พร้อมข้อเสนอแนะแนวทางการปรับใช้ในบริบทของประเทศไทย

KRAC คัดสรร เล่างานวิจัยไทย | ชวนส่องความเสี่ยงทุจริต ของ 5 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย

รัฐธรรมนูญปี 2540 เปิดทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบริหารตนเองเพื่อตอบโจทย์ชุมชน และลดภาระจากส่วนกลาง แต่กลับไม่ได้มาพร้อมกลไกตรวจสอบที่เพียงพอ จนทำให้หลายพื้นที่กลายเป็นแหล่งอิทธิพลทางการเมืองท้องถิ่นและการตรวจสอบงบประมาณเป็นไปได้ยาก

You might also like...

KRAC Hot News I เมื่อปัญหาคอร์รัปชันกัดกร่อนสิทธิมนุษยชน

เมื่อปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัจจัยที่กัดกร่อนความสามารถของรัฐในการ “เคารพ คุ้มครอง และทำให้สิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นจริง” ในทุกมิติด้วย