KRAC Insights I เชื่อมโยงข้อมูล: จุดสำคัญสกัดการฟอกเงินและการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของบุคคลผู้มีสถานะทางการเมือง

ข้อมูลแยกส่วน คือช่องว่างของการป้องกันคอร์รัปชัน

ปัญหาการฟอกเงินและการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไม่ได้เกิดขึ้นจากการไม่มีข้อมูล แต่เกิดจากข้อมูลสำคัญจำนวนมากยังแยกกันอยู่คนละระบบ คนละหน่วยงาน และถูกใช้เพื่อการตรวจสอบเป็นรายกรณีมากกว่าการวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงป้องกัน
 
ภาพสะท้อนจากเวทีเสวนาระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมบัญชีกลาง ทำให้เห็นชัดว่า หากประเทศไทยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลบุคคลผู้มีสถานะทางการเมือง ข้อมูลผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง ข้อมูลนิติบุคคล และข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยเปลี่ยนการต่อต้านทุจริตจากการตามจับภายหลัง ไปสู่การตรวจจับความเสี่ยงก่อนความเสียหายจะเกิดขึ้น
 
จุดตั้งต้นสำคัญอยู่ที่ความเข้าใจต่อบุคคลผู้มีสถานะทางการเมือง หรือ PEPs ซึ่งสำนักงาน ปปง. อธิบายไว้ว่า PEPs ไม่ได้หมายถึงผู้กระทำผิดโดยตัวเอง แต่เป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติจากอำนาจ หน้าที่ และเครือข่ายความสัมพันธ์ทางการเมือง
 
ความเสี่ยงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตัวเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคู่สมรส ครอบครัว และผู้ใกล้ชิด เพราะในทางปฏิบัติ การซ่อนทรัพย์สินหรือผลประโยชน์มักไม่ได้ทำผ่านชื่อของบุคคลทางการเมืองโดยตรง หากใช้คนใกล้ชิด นิติบุคคล หรือตัวแทนเข้ามาถือครองแทน การมีฐานข้อมูล PEPs ที่มีมาตรฐานจึงเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการตรวจสอบความเสี่ยงด้านฟอกเงินและผลประโยชน์ทับซ้อน

Beneficial Ownership คือกุญแจสำคัญในการเปิดเผยเจ้าของตัวจริง

ข้อมูลของสำนักงาน ปปง. มีความสำคัญในฐานะข้อมูลความเสี่ยงทางการเงินและธุรกรรมผิดปกติ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรายงานธุรกรรมต้องสงสัย เส้นทางเงิน และความเชื่อมโยงของบุคคลที่อาจถูกใช้เป็นนอมินี ปัญหาที่ ปปง. เผชิญคือ การติดตามเส้นทางเงินมักซับซ้อนขึ้นเมื่อ PEPs ไม่ได้ปรากฏชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินโดยตรง แต่ซ่อนผ่านโครงสร้างนิติบุคคลหรือผู้ถือหุ้นหลายชั้น
 
นี่ทำให้ประเด็นผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง หรือ Beneficial Ownership กลายเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการฟอกเงิน เพราะหากรัฐไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของผลประโยชน์สุดท้ายของบริษัทหรือทรัพย์สิน การตรวจสอบก็จะหยุดอยู่แค่ “ชื่อบนเอกสาร” ไม่ใช่ “อำนาจควบคุมที่แท้จริง”
 
ในอีกด้านหนึ่ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าถือฐานข้อมูลที่เป็นกุญแจสำคัญต่อการเปิดโปงโครงสร้างนิติบุคคล เพราะเป็นหน่วยงานกลางด้านข้อมูลบริษัท ห้างหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้น กรรมการ ทุนจดทะเบียน และสถานะการดำเนินธุรกิจของนิติบุคคลทั่วประเทศ ฐานข้อมูลนิติบุคคลกว่า 800,000 รายที่ยังดำเนินกิจการอยู่
 
ไม่ใช่เพียงข้อมูลทะเบียนธุรกิจทั่วไป แต่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการวิเคราะห์ว่า บริษัทใดมีโครงสร้างถือหุ้นผิดปกติ มีการเพิ่มทุนโดยไม่มีรายได้รองรับ มีการเปลี่ยนกรรมการบ่อย หรือมีความเชื่อมโยงกับบุคคลและธุรกิจกลุ่มเสี่ยง หากข้อมูลเหล่านี้ถูกเชื่อมกับข้อมูล PEPs และข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ก็จะช่วยให้รัฐมองเห็นเครือข่ายนอมินีได้ลึกกว่าการตรวจสอบทีละบริษัท
 
ขณะเดียวกัน กรมบัญชีกลางถือข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือข้อมูลระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-GP ซึ่งครอบคลุมโครงการจัดซื้อจัดจ้างจำนวนมหาศาลในแต่ละปี ตั้งแต่แผนจัดซื้อ ราคากลาง รายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้ชนะการประมูล สัญญา ไปจนถึงการเบิกจ่ายงบประมาณ
 
ข้อมูลชุดนี้ทำให้เห็นว่าเงินของรัฐไหลไปสู่บริษัทใด ด้วยวิธีการใด และภายใต้เงื่อนไขการแข่งขันแบบใด หากพิจารณาแยกจากข้อมูลนิติบุคคล ข้อมูล e-GP อาจบอกได้เพียงว่าใครชนะงาน แต่หากเชื่อมกับข้อมูลผู้ถือหุ้น กรรมการ BO และ PEPs จะสามารถตอบคำถามที่สำคัญกว่าได้ว่า ผู้ชนะงานรัฐนั้นมีใครอยู่เบื้องหลัง และมีความเกี่ยวโยงกับผู้มีอำนาจทางการเมืองหรือไม่

การเชื่อมโยงข้อมูลช่วยเปลี่ยนจากการจับผิด ไปสู่การป้องกันเชิงรุก

การเชื่อมโยงข้อมูลทั้งสามกลุ่มจึงเป็นการเติมช่องว่างซึ่งกันและกัน ปปง. มีข้อมูลความเสี่ยงทางการเงินและกรอบกำกับ PEPs กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีข้อมูลโครงสร้างนิติบุคคลและเครือข่ายผู้ถือหุ้น ส่วนกรมบัญชีกลางมีข้อมูลการไหลของงบประมาณแผ่นดินผ่านสัญญาภาครัฐ เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน รัฐจะสามารถสร้างสัญญาณเตือนความเสี่ยงได้
 
เช่น บริษัทที่เพิ่งตั้งไม่นานแต่ชนะงานรัฐมูลค่าสูง บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเกี่ยวโยงกับครอบครัว PEPs บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นผิดปกติก่อนเข้าประมูลงาน หรือบริษัทที่ชนะประมูลซ้ำในหน่วยงานที่มีความเชื่อมโยงกับบุคคลทางการเมือง รูปแบบเหล่านี้อาจยังไม่ใช่ความผิด แต่เป็นสัญญาณที่ควรถูกตรวจสอบก่อนเกิดความเสียหาย
 
หัวใจของมาตรการเชิงป้องกันจึงไม่ใช่การประกาศว่าบริษัทใดผิด แต่คือการออกแบบระบบให้ตรวจจับความเสี่ยงได้เร็ว แม่นยำ และลดการพึ่งพาดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ระบบ Red Flag ที่กรมบัญชีกลางกำลังพัฒนา เช่น การแจ้งเตือนกรณีมีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียว หรือราคาเสนอใกล้เคียงราคากลางผิดปกติ จะมีพลังมากขึ้นหากไม่ได้ดูเฉพาะพฤติกรรมการประมูล
 
แต่ดูร่วมกับข้อมูลเจ้าของผลประโยชน์และความเกี่ยวโยงทางการเมืองด้วย เช่น หากบริษัทที่เสนอราคาเพียงรายเดียวมีกรรมการหรือผู้ถือหุ้นเกี่ยวข้องกับ PEPs ระบบควรยกระดับความเสี่ยงโดยอัตโนมัติ และส่งต่อให้หน่วยงานตรวจสอบพิจารณาก่อนอนุมัติหรือก่อนเบิกจ่าย
 
ประเด็นนี้ยังเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐหรือคู่สมรสต้องห้ามเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ปัจจุบันการตรวจสอบลักษณะนี้มักเป็นการตามตรวจภายหลัง เมื่อมีเรื่องร้องเรียนหรือมีความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว
 
แต่หากฐานข้อมูลรายชื่อผู้บริหารหน่วยงานรัฐ ผู้รักษาการในตำแหน่ง คู่สมรส เครือญาติ บริษัทที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลผู้ชนะจัดซื้อจัดจ้างถูกทำให้เชื่อมกันได้ ระบบสามารถแจ้งเตือนได้ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนทำสัญญา นี่คือการเปลี่ยนบทบาทของข้อมูลจากหลักฐานในการเอาผิดภายหลัง ไปเป็นเครื่องมือป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น

เปลี่ยนจาก “เปิดข้อมูล” สู่ “เชื่อมโยงข้อมูล”

อย่างไรก็ตาม การเชื่อมโยงข้อมูลจะเกิดขึ้นจริงไม่ได้ หากแต่ละหน่วยงานยังใช้มาตรฐานข้อมูลต่างกัน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบหนึ่งต่อหนึ่งเป็นรายกรณี ข้อเสนอเรื่องมาตรฐานข้อมูลกลางจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการป้องกันการฟอกเงินและการทุจริตต้องอาศัยข้อมูลที่อ่านร่วมกันได้ ทั้งเลขประจำตัวบุคคล เลขทะเบียนนิติบุคคล บทบาทของบุคคลในบริษัท ความสัมพันธ์ของผู้ถือหุ้น ข้อมูลสัญญา และข้อมูลธุรกรรม
 
หากไม่มีมาตรฐานกลาง ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงจะเชื่อมโยงภาพรวมไม่ได้ และเจ้าหน้าที่จะยังต้องทำงานแบบขอเอกสาร ตรวจเอกสาร และสืบค้นทีละชั้น ซึ่งช้าเกินไปสำหรับรูปแบบการฟอกเงินและการซ่อนผลประโยชน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
 
ฉะนั้น ภาครัฐจึงควรขยับจากแนวคิด “เปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใส” ไปสู่ “เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อป้องกันความเสี่ยง” โดยยังคงคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิของผู้ไม่เกี่ยวข้อง การเปิดข้อมูลบางส่วนต่อสาธารณะ เช่น รายชื่อผู้ถูกลงโทษ บริษัททิ้งงาน หรือข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบที่ประชาชนวิเคราะห์ต่อได้ จะช่วยเพิ่มแรงกดดันทางสังคม ขณะเดียวกัน การเชื่อมข้อมูลเชิงลึกระหว่างหน่วยงานรัฐควรใช้เพื่อการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่
 
เพราะเป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่การสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพียงเพื่อสะสมข้อมูล แต่คือการทำให้รัฐมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจทางการเมือง งบประมาณ และนิติบุคคลได้ทันเวลา เพราะเมื่อเห็นความเชื่อมโยงได้เร็ว โอกาสป้องกันการฟอกเงินและการทุจริตในจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
 

และนี่ก็คือบทสรุปที่สำคัญจากเวที “Bridging the Gap การเชื่อมโยงข้อมูลบุคลที่มีสถานภาพทางการเมือง และข้อมูลผู้ถือผลประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Ownership) และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” ซึ่งจัดโดยศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค ภายใต้การสนับสนุนของสภาการวิจัยแห่งชาติ

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2569
ผู้แต่ง

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก 

หน่วยงานสนับสนุน
05_โลโก้ KRAC
โลโก้คณะเศรษฐศาสตร์ (ภาษาไทย)

หัวข้อ
Related Content

KRAC Insights I เชื่อมโยงข้อมูล: จุดสำคัญสกัดการฟอกเงินและการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของบุคคลผู้มีสถานะทางการเมือง

การเชื่อมโยงข้อมูล PEPs ผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง นิติบุคคล และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ช่วยยกระดับการตรวจจับความเสี่ยง ป้องกันการฟอกเงิน และลดการทุจริตได้อย่างไร

KRAC Insights I ทำไมการระบุสถานะบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง จึงมีความสำคัญต่อการต่อต้านการฟอกเงิน

ทำไม PEPs จึงเป็นหัวใจของการต่อต้านการฟอกเงิน? สำรวจความท้าทายด้านข้อมูล การตรวจสอบ และความร่วมมือที่จำเป็นต่อการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน

KRAC Insights I จากสภาสู่สังคม ‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ กับบทบาทตรวจสอบและต่อต้านการคอร์รัปชัน

จากสภาสู่สังคม” กับ ‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ ที่มาชวนตรวจสอบการใช้อำนาจและงบประมาณของรัฐ พร้อม เปิดมุมมองคอร์รัปชันการเมืองให้เข้าใจง่าย ตั้งแต่ลานจอดรถรัฐสภาไปจนถึงปัญหาองค์กรอิสระ

You might also like...

KRAC Insights I เรียนรู้กระบวนการทำงานและกรณีศึกษาการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.

ทำไมการปราบปรามทุจริตจึงต้องอาศัยทั้งกฎหมาย หน่วยงานตรวจสอบ และผู้แจ้งเบาะแส? KRAC ชวนเรียนรู้บทบาท ป.ป.ช. ผ่านขั้นตอนการดำเนินคดีและกรณีศึกษาจริง

KRAC Extract | AI กับคอร์รัปชัน: โอกาส ข้อจำกัด และบทเรียนจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน

AI กำลังเปลี่ยนการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างไร? KRAC Extract ชวนสำรวจบทบาทของ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ความเสี่ยง และสนับสนุนการสืบสวน พร้อมบทเรียนจากหลายประเทศ

เปิดห้องพิจารณางบประมาณ ‘สารตั้งต้น’ สกัดการคอร์รัปชัน

ทำไมประเทศไทยต้องเปิดประชุมกรรมาธิการงบประมาณให้ประชาชนรับรู้? กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชวนสำรวจเหตุใดการเปิดเผยข้อมูลการประชุมกรรมาธิการฯ จึงสำคัญต่อความโปร่งใสและการตรวจสอบภาครัฐ