ระบบและกลไกการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรพิจารณาเพิ่มการกำหนดกรอบระยะเวลาในการเอาผิดผู้กระทำการทุจริต และให้ภาคประชาสังคมและเครือข่ายเข้ามามีบทบาทในการควบคุมและป้องกันการทุจริต รวมถึงการตั้งข้อสังเกตการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กร

 

จากข้อมูลของสำนักงาน ป.ป.ช. ระหว่างปี 2550–2557 พบว่า มีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกรณีทุจริตถึง 5,508 เรื่อง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างชัดเจน ดังนั้น จึงควรมีการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้วยหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและลดความเสี่ยงของการเกิดทุจริต

 

โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่ม ในกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลพระปกเกล้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างปี 2557-2560 ในด้านความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม ในพื้นที่เทศบาลตำบลแสนสุข จังหวัดอุบลราชธานี เทศบาลตำบลเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแปน อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น และเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

 

ผลการศึกษา พบว่า สภาพการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมา มีองค์ประกอบ 7 ด้าน ได้แก่ การจัดหาพัสดุ การบริหารงาน การให้บริการประชาชน การบริหารบุคลากร การบริหารงบประมาณ การติดตามและประเมินผล และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร โดยควรเพิ่มการดำเนินการการป้องกันและปราบปรามการประพฤติมิชอบในวงราชการด้วยการกำหนดกรอบเวลาในการดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดให้เสร็จสิ้น เช่น 2 ปี หรือ 4 ปี เป็นต้น และควรให้ภาคประชาสังคมและเครือข่ายเข้ามามีบทบาทในการควบคุมและป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงการตั้งข้อสังเกตในการใช้งบประมาณในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และถ้าเกิดการทุจริตต้องสามารถร้องเรียนได้อย่างรวดเร็ว

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

ทองสุข ธนูรัตน์, วันทนีย์ แสนภักดี และกนกอร บุญมี. (2562). ระบบและกลไกการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 6(4), 560–576.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2562
ผู้แต่ง
  • ทองสุข ธนูรัตน์
  • วันทนีย์ แสนภักดี
  • กนกอร บุญมี
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โครงการสำรวจการรับรู้และความเข้าใจด้านการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐในองค์การบริหารส่วนจังหวัดของประเทศไทย

ศึกษาและสํารวจข้อมูลระดับการรับรู้ของเจ้าหนาที่รัฐในองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มีต่อความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ เพื่อลดพฤติกรรมความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ในอนาคต

แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต 4 ปี (พ.ศ.2561-2564) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ กรณีของเมืองพัทยา

การส่งเสริมด้านความรู้ความเข้าใจ และการตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาการทุจริตให้กับประชาชนและบุคลากรภาครัฐ เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับสร้างสังคมการต่อต้านการทุจริต

แบบบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการ (บช.1): หลักการ ปัญหา การปรับตัว

การศึกษาหลักการ ปัญหา และการปรับตัวของการจัดทำแบบบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการ (บช.1) มีส่วนสำคัญในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบและดำเนินคดีทุจริตได้

You might also like...

ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความพร้อมรับผิด วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดจากการทุจริตและความโปร่งใสของ อปท. จ.อุตรดิตถ์

ความโปร่งใสเริ่มต้นจากวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ไม่ใช่แค่กฎหมายหรือบทลงโทษ งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการลดทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความท้าทายของผู้สอบบัญชีต่อการตรวจสอบการทุจริตในงบการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่

โลกยุค New Normal ทำให้การตรวจสอบการทุจริตซับซ้อนยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เผยความท้าทายของผู้สอบบัญชีและชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยีใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และการตรวจสอบเชิงสืบสวนเพื่อสร้างความโปร่งใสและเชื่อมั่นทางการเงิน

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก