แนวคิดใหม่ในการป้องปรามการทุจริต โดยศาลวินัยทางบัญชี งบประมาณ การเงินและการคลัง

ประเทศไทยเผชิญปัญหาการทุจริตงบประมาณจากข้อจำกัดของระบบตรวจเงินแผ่นดิน งานวิจัยเสนอการจัดตั้ง “ศาลวินัยทางบัญชี งบประมาณ การเงินและการคลัง” เพื่อเสริมสร้างกลไกตรวจสอบสร้างความเชื่อมั่นว่าการใช้งบประมาณของรัฐจะเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเป็นธรรม

 

ประเทศไทยเผชิญปัญหาการทุจริตในระบบการใช้งบประมาณมาอย่างต่อเนื่อง ระบบตรวจเงินแผ่นดินที่มีอยู่ไม่สามารถควบคุมหรือป้องกันการทุจริตได้จริง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านวัฒนธรรมองค์กร ระบบการเมือง และผลประโยชน์ที่ซับซ้อน ส่งผลให้ผู้กระทำผิดไม่ถูกลงโทษอย่างจริงจัง จึงเกิดแนวคิดที่จะนำระบบศาลวินัยทางบัญชี งบประมาณ การเงินและการคลัง ตามแบบอย่างของต่างประเทศมาใช้ เพื่อสร้างกลไกที่เข้มแข็งและเป็นธรรม 

 

งานศึกษานี้มุ่งทบทวนพัฒนาการของการตรวจเงินแผ่นดินตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งชี้ให้เห็นข้อจำกัด ประการสำคัญ ได้แก่ ขาดอำนาจในการปกป้องเจ้าหน้าที่ ขาดอำนาจชี้มูลความผิด ขาดอำนาจส่งฟ้อง และขาดอำนาจลงโทษ การวิจัยจึงมีเป้าหมายเพื่อหาทางออกในการปฏิรูประบบตรวจสอบ โดยนำแนวคิดศาลวินัยทางบัญชีจากต่างประเทศมาปรับใช้ เพื่อให้กระบวนการใช้งบประมาณของรัฐมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และน่าเชื่อถือ 

 

จากการศึกษา สรุปได้ว่าหนทางที่นําไปสู่การแก้ไขปัญหาของความล้มเหลวของระบบและกระบวนการตรวจสอบควบคุมการใช้อํานาจรัฐในการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน คือ การจัดตั้ง “ศาลวินัยทางบัญชี งบประมาณ การเงินและการคลัง” เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความมั่นใจในระบบบริหารของประเทศ เพิ่มช่องทางในการตรวจสอบ ควบคุม ถ่วงดุล อํานาจในการใช้จ่ายเงินของรัฐ อีกทั้งลดช่องทางของการรั่วไหลของเงินแผ่นดิน ทําให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิผล เพื่อให้การตรวจเงินแผ่นดินมีแนวทางที่มีระบบและกระบวนการตรวจสอบควบคุมการใช้อํานาจรัฐในการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน 

 

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

จารุวรรณ เมณฑกา(2556). แนวคิดใหม่ในการป้องปรามการทุจริต โดยศาลวินัยทางบัญชี งบประมาณ การเงินและการคลัง.วารสารบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร, 8(2), 16.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2556
ผู้แต่ง

จารุวรรณ เมณฑกา

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

แบบบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการ (บช.1): หลักการ ปัญหา การปรับตัว

การศึกษาหลักการ ปัญหา และการปรับตัวของการจัดทำแบบบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการ (บช.1) มีส่วนสำคัญในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบและดำเนินคดีทุจริตได้

แนวทางการป้องกันและลดความสูญเสียงบประมาณจากการทุจริต

การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนต้องให้ความสำคัญกับเจตจํานงของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และค่านิยมของประชาชนที่ไม่เพิกเฉยต่อการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ

แนวคิดใหม่ในการป้องปรามการทุจริต โดยศาลวินัยทางบัญชี งบประมาณ การเงินและการคลัง

 ประเทศไทยเผชิญปัญหาการทุจริตงบประมาณจากข้อจำกัดของระบบตรวจเงินแผ่นดิน งานวิจัยเสนอการจัดตั้ง “ศาลวินัยทางบัญชี งบประมาณ การเงินและการคลัง” เพื่อเสริมสร้างกลไกตรวจสอบสร้างความเชื่อมั่นว่าการใช้งบประมาณของรัฐจะเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเป็นธรรม

You might also like...

ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความพร้อมรับผิด วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดจากการทุจริตและความโปร่งใสของ อปท. จ.อุตรดิตถ์

ความโปร่งใสเริ่มต้นจากวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ไม่ใช่แค่กฎหมายหรือบทลงโทษ งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการลดทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความท้าทายของผู้สอบบัญชีต่อการตรวจสอบการทุจริตในงบการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่

โลกยุค New Normal ทำให้การตรวจสอบการทุจริตซับซ้อนยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เผยความท้าทายของผู้สอบบัญชีและชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยีใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และการตรวจสอบเชิงสืบสวนเพื่อสร้างความโปร่งใสและเชื่อมั่นทางการเงิน

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก