เครือข่ายกลุ่มอิทธิพลกับการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบในภาคการศึกษา: กรณีศึกษาการทุจริตคอร์รัปชันจากโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู

การทุจริตคอร์รัปชันของภาคการศึกษาอาจนำไปสู่ความล้มเหลวทางการศึกษาและสามารถส่งผลเสียต่อการพัฒนาประเทศได้

 

การศึกษานี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการศึกษาและทําความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบและลักษณะพฤติการณ์ความร่วมมือของการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบระหว่างเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ที่ประกอบไปด้วย ข้าราชการระดับสูง นักการเมือง และนักธุรกิจ  

 

โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ทําการเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ โดยการสัมภาษณ์เจาะลึกเป็นรายบุคคล และการประชุมกลุ่มย่อย ในเขตพื้นที่สํานักงานการศึกษามัธยม เขตที่ 24, 25 และ 26  และเก็บข้อมูลทุติยภูมิ จากคําพิพากษาของศาล เอกสารของหน่วยงานรัฐที่มีอํานาจหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และข้อมูลจากสื่อมวลชนบางสํานัก แล้วจึงนำมาวิเคราะห์ข้อมูลแบบพรรณนาเชิงวิเคราะห์  

 

ผลการศึกษา พบว่า การทุจริตคอร์รัปชันทั้งในกรณีการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและการก่อสร้างสนามฟุตซอล มีรูปแบบและลักษณะพฤติการณ์ความร่วมมือของการทุจริตคอร์รัปชันที่เรียกว่าเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลระหว่างนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และพ่อค้าหรือนักธุรกิจซึ่งนําไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ ประกอบกับการดำเนินโครงการหรือระบบการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่มีเม็ดเงินอยู่จํานวนมาก แต่ขาดระบบการตรวจสอบที่เข้มแข็งจึงเอื้อต่อการเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

พรอัมรินทร์ พรหมเกิด, วรัญญา ศรีริน, ธีรภัทร์  ลอยวิรัตน์ และเพิ่ม หลวงแก้ว. (2563). เครือข่ายกลุ่มอิทธิพลกับการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบในภาคการศึกษา: กรณีศึกษาการทุจริตคอร์รัปชันจากโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 17(3), 114134.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2563
ผู้แต่ง
  • พรอัมรินทร์ พรหมเกิด 
  • วรัญญา ศรีริน 
  • ธีรภัทร์  ลอยวิรัตน์
  • เพิ่ม หลวงแก้ว
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

เครือข่ายกลุ่มอิทธิพลกับการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบในภาคการศึกษา: กรณีศึกษาการทุจริตคอร์รัปชันจากโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู

การทุจริตคอร์รัปชันของภาคการศึกษาเกิดจากเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลระหว่างนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และพ่อค้าหรือนักธุรกิจที่มีการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ ประกอบกับการขาดระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งจึงเอื้อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน

รูปแบบการป้องกันการทุจริตในสถานศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1

การพัฒนารูปแบบการป้องกันทุจริตในสถานศึกษาฯ ควรพิจารณา 3 ส่วน คือ 1) ส่วนของแนวคิด หลักการและวัตถุประสงค์ของรูปแบบ 2) ส่วนองค์ประกอบหลักของรูปแบบการป้องกันทุจริตในสถานศึกษาและแนวทางดำเนินการในสถานศึกษา และ 3) เงื่อนไขความสำเร็จ

ปัจจัยเชิงสาเหตุพหุระดับที่ส่งผลต่อการทุจริตทางการศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนมัธยมศึกษาในภาคตะวันออก

แก้ทุจริตทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากครอบครัวและโรงเรียน บทความนี้ชี้ปัจจัยพหุระดับและเสนอการปรับหลักสูตรเพื่อลดแรงจูงใจในการทุจริต

You might also like...

วัฒนธรรมองค์การที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัด ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วัฒนธรรมองค์การสำคัญอย่างไร งานวิจัยพบว่าค่านิยมความซื่อสัตย์ ความเป็นธรรม ความเป็นมืออาชีพ และความสามัคคี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานและความเชื่อมั่นในสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัด

KRAC Extract | อ่านสถานการณ์คอร์รัปชันโลกผ่านดัชนี CPI 2025: ความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการต่อต้านคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกข้อมูลจากรายงาน Corruption Perceptions Index 2025 เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มสำคัญของการทุจริตในระดับโลก และชี้ให้เห็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่กำลังทดสอบความเข้มแข็งของสถาบันรัฐในหลายประเทศ

3 ข้อเสนอแนะของ KRAC ต่อ กกต. ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งปี 2569

KRAC ให้ข้อเสนอแนะต่อ กกต. ไทยว่า ควรเริ่มจากการประกาศหลักการง่าย ๆ ว่า “ทุกขั้นตอนสำคัญต้องตรวจสอบได้โดยสาธารณะ” แล้วแปลงหลักการนี้ให้เป็นการปฏิบัติจริงในสามพื้นที่ที่กระทบศรัทธาที่สุด