‘คอร์รัปชันไทย’ ในสายตา IMF ข้อคิดจากการประชุม IMF-World Bank 2026

กรุงเทพธุรกิจ และ ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน

 

รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค และ นายศุภวิชญ์ แก้วคูณนอก ร่วมนำเสนอบทความที่เชื่อมโยงกับการประชุมประจำปี 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.2569 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมองคอร์รัปชันไม่ได้เป็นปัญหาทางศีลธรรมหรือความบกพร่องของระบบราชการ 

 

แต่ยังเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย นี่ไม่ใช่เพียงข้อสังเกตของนักวิชาการหรือองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน แต่เป็นสิ่งที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เคยระบุไว้อย่างชัดเจนในรายงานประเมินเศรษฐกิจไทยด้วย

 

ย้อนกลับไปในรายงานประเมินเศรษฐกิจภายใต้ Article IV ประจำปี 2024 ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนก.พ. 2568 IMF จัดทำเนื้อหาพิเศษเรื่องการยกระดับธรรมาภิบาลของประเทศไทย โดยระบุว่าคอร์รัปชันถูกมองว่าแพร่หลาย และเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อเศรษฐกิจมหภาค ปัญหาครอบคลุมตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง การออกใบอนุญาต และการใช้อำนาจโดยมิชอบ 

 

ขณะที่ความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรมยังส่งผลต่อการบังคับใช้สัญญาและการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินอีกด้วย

คอร์รัปชันคือ ข้อจำกัดต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ข้อค้นพบดังกล่าวสะท้อนว่า คอร์รัปชันสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจมากกว่ามูลค่าเงินที่สูญเสียไป เพราะทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม เพิ่มต้นทุนในการประกอบธุรกิจ บิดเบือนการจัดสรรทรัพยากร และลดแรงจูงใจในการลงทุน แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายและองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันจำนวนมาก แต่ผลลัพธ์กลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายงาน Article IV ประจำปี 2025 ซึ่งเผยแพร่ในเดือน ก.พ. 2569 กลับพบว่าเนื้อหาพิเศษเรื่องคอร์รัปชันหายไปจากรายงานหลักดังกล่าว

 

แม้ IMF ยังกล่าวถึงความสำคัญของธรรมาภิบาลและติดตามข้อเสนอเดิมในภาคผนวก แต่ประเด็นดังกล่าวไม่ได้รับการขับเน้นอย่างชัดเจนเท่าปีก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด

IMF ยืนยันติดตามประเด็นธรรมาภิบาลต่อเนื่อง

ในการประชุมประจำปี IMF และธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.2569 วงสนทนาระหว่างภาคประชาสังคมกับ Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการ IMF ผู้เขียนได้มีโอกาสตั้งคำถามกับเธอว่า เหตุใดประเด็นคอร์รัปชันที่ IMF เคยให้ความสำคัญอย่างมาก จึงกลับมีบทบาทลดลงในรายงานประเมินเศรษฐกิจไทยฉบับล่าสุด

 

เธอเริ่มจากการย้ำว่า พลังสำคัญที่สุดในการต่อต้านคอร์รัปชันคือประชาชนภายในประเทศที่ร่วมกันผลักดันให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ IMF ยังคงติดตามประเด็นธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่ได้จัดทำเนื้อหาเฉพาะในรายงานทุกปี

 

คุณ Georgieva กล่าวต่ออย่างน่าสนใจว่า ความโปร่งใสเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีระบบที่ทำให้ผู้มีอำนาจต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง

 

ข้อสังเกตนี้สอดคล้องกับปัญหาของประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลเพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลจำนวนมากยังอยู่กระจัดกระจาย ใช้รูปแบบที่แตกต่างกัน และไม่สามารถเชื่อมโยงเพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอำนาจ ผู้ได้รับประโยชน์ และการใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น

หากประเทศไทยต้องการยกระดับการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง สิ่งที่ควรเร่งดำเนินการจึงไม่ใช่เพียงการออกกฎหมายหรือเพิ่มหน่วยงานตรวจสอบ แต่ต้องเปลี่ยนแนวคิดการบริหารราชการไปสู่หลักการ “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” (Open by Default) โดยเฉพาะข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตั้งแต่การประกาศโครงการ การแข่งขันเสนอราคา การทำสัญญา จนถึงผลการดำเนินงาน ซึ่งควรเปิดเผยในรูปแบบมาตรฐานที่ประชาชนสามารถนำไปวิเคราะห์และตรวจสอบได้

 

ที่สำคัญ รัฐบาลต้องเดินหน้าเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ทั้งข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลนิติบุคคลและผู้ถือครองผลประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Ownership) ตลอดจนข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้มีอำนาจตัดสินใจ ภายใต้หลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถตรวจพบความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความสัมพันธ์ที่ไม่โปร่งใสได้ตั้งแต่ต้นทาง พร้อมสร้างระบบแจ้งเตือนความผิดปกติและช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบอย่างแท้จริง

 

บทสนทนาครั้งนี้อาจยังไม่ตอบคำถามทั้งหมดว่าเหตุใด IMF จึงลดน้ำหนักเรื่องคอร์รัปชันในรายงานล่าสุด แต่ทำให้เห็นตรงกันอย่างน้อยหนึ่งเรื่องว่า การต่อต้านคอร์รัปชันต้องอาศัยทั้งความโปร่งใสและความรับผิดชอบ

 

สำหรับประเทศไทย เราไม่จำเป็นต้องรอให้ IMF กลับมาเตือนเรื่องคอร์รัปชันอีกครั้ง เพราะสิ่งที่จำเป็นต้องทำมีความชัดเจนอยู่แล้ว ประเทศไทยต้องเปิดข้อมูลให้มากขึ้น เชื่อมโยงข้อมูลให้ตรวจสอบได้ และเปลี่ยนข้อมูลสาธารณะให้กลายเป็นพลังในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ 

 

เพราะหากเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกได้ การพูดถึงการเพิ่มผลิตภาพ การดึงดูดการลงทุน หรือการยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง ก็อาจเป็นเพียงความทะเยอทะยานทางเศรษฐกิจที่ยังติดอยู่กับข้อจำกัดเดิม

บทความ “Corruption Tracker” เป็นความร่วมมือระหว่าง “กรุงเทพธุรกิจ” และ ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอข้อมูลเพื่อสร้างแนวทางการป้องกันปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยที่เป็นกับดักของประเทศ

ที่มา

กรุงเทพธุรกิจ. (2026, 30 ตุลาคม). คอร์รัปชันไทย’ ในสายตา IMF: ข้อคิดจากการประชุม IMF-World Bank 2026. https://www.bangkokbiznews.com/economics/1248144

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2569
ผู้แต่ง
ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) 
หน่วยงานสนับสนุน

หัวข้อ
Related Content

KRAC Insights I เปิดผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ปิดช่องโหว่คอร์รัปชันและฟอกเงิน

ข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงช่วยเปิดให้เห็นว่าใครอยู่เบื้องหลังบริษัทและทรัพย์สิน บทความนี้ชวนดูว่าการเปิดและเชื่อมโยงข้อมูล BO จะช่วยตรวจสอบคอร์รัปชัน ฟอกเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง และผลประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างไร

KRAC Insights I การต่อต้านคอร์รัปชันยุคใหม่: จากข้อมูลเปิดสู่การบริหารความเสี่ยงด้วย AI

การต่อต้านคอร์รัปชันกำลังเปลี่ยนจากการจัดการเมื่อเกิดความผิด ไปสู่การประเมินและป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า บทความนี้ชวนดูบทเรียนสากลด้านกฎหมาย การบังคับใช้ ข้อมูลเปิด และ AI ที่ช่วยให้ระบบตรวจสอบเท่าทันความเสี่ยงรูปแบบใหม่

KRAC Extract | เปิดบัญชีทรัพย์สินแค่ไหน จึงโปร่งใสโดยไม่ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินช่วยตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติและผลประโยชน์ทับซ้อน แต่เมื่อข้อมูลครอบคลุมถึงคู่สมรส บุตร และคนใกล้ชิด เส้นแบ่งระหว่างความโปร่งใสกับความเป็นส่วนตัวควรอยู่ตรงไหน

You might also like...

KRAC Insights I ธรรมาภิบาลดิจิทัล: เทคโนโลยีช่วยป้องกันคอร์รัปชันได้ แต่ไม่อาจแทนที่ความซื่อสัตย์ของคน

AI และข้อมูลเปิดช่วยลดคอร์รัปชันได้จริงแค่ไหน? ชวนสำรวจธรรมาภิบาลดิจิทัล ตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูล ไปจนถึงบทบาทของคนและระบบที่โปร่งใส

KRAC Insights I คอร์รัปชันกับสิทธิมนุษยชน: มิติที่สังคมไทยยังพูดถึงน้อย

คอร์รัปชันไม่ได้ขโมยแค่เงินภาษี แต่ยังพรากสิทธิ โอกาส และความปลอดภัยของประชาชน ชวนสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างคอร์รัปชันกับสิทธิมนุษยชนและบทเรียนสำหรับไทย

KRAC Insights I หลักนิติธรรมสำคัญอย่างไรกับการต่อต้านคอร์รัปชัน

หลักนิติธรรมช่วยป้องกันคอร์รัปชันได้อย่างไร? บทความนี้ชวนทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่าง Rule of Law การใช้อำนาจรัฐ และดัชนี WJP Rule of Law Index เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสของประเทศไทย