การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมวิทยากรสำหรับการฝึกอบรมการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบและส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

องค์ประกอบของหลักสูตรฝึกอบรมวิทยากรควรครอบคลุมสมรรถนะ 3 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะ และเจตคติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้ที่ถูกต้อง สามารถถ่ายทอดความรู้นั้นต่อไปได้อย่างเหมาะสม และมีทัศนคติที่ดีต่อการต่อต้านการทุจริต

 

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการฝึกอบรมวิทยากรด้านการป้องกันการทุจริต เพื่อประเมินความเหมาะสมและเสนอแนวทางการพัฒนาหลักสูตร โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ จากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารส่วนงานที่รับผิดชอบงานด้านการป้องกันการทุจริต จำนวน 24 คน และผู้บริหารและบุคลากรของส่วนงานที่รับผิดชอบกิจกรรมด้านการป้องกันการทุจริต จำนวน 48 คน ด้วยเครื่องมือแบบสอบถาม แล้วจึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติ

 

ผลการศึกษาพบว่า แม้มหาวิทยาลัยยังไม่มีหลักสูตรฝึกอบรมวิทยากรด้านการป้องกันการทุจริตโดยเฉพาะ แต่กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นสอดคล้องกันว่าควรมีการจัดฝึกอบรมในรูปแบบเชิงปฏิบัติการ ระยะเวลา 5 วัน ในช่วงปิดภาคเรียน โดยมีบุคลากรสายวิชาการและผู้บริหารเป็นวิทยากร

 

ในด้านการออกแบบหลักสูตร พบว่าควรครอบคลุมสมรรถนะสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความรู้ ทักษะ และเจตคติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าใจเนื้อหาด้านกฎหมาย นโยบาย และแนวทางการป้องกันการทุจริตได้อย่างถูกต้อง มีทักษะในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และมีทัศนคติที่เอื้อต่อการส่งเสริมคุณธรรมและการต่อต้านการทุจริต

 

โครงสร้างหลักสูตรประกอบด้วย 3 หัวข้อวิชา รวม 8 ชุดฝึกอบรม โดยแบ่งเป็นภาคทฤษฎี 2 หัวข้อ (5 ชุดฝึกอบรม) ครอบคลุมการพัฒนาหลักสูตรและเทคนิคการฝึกอบรม และภาคปฏิบัติ 1 หัวข้อ (3 ชุดฝึกอบรม) เน้นการฝึกประสบการณ์วิทยากรด้านการต่อต้านการทุจริต ทั้งนี้ ผลการประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรอยู่ในระดับมากที่สุด โดยองค์ประกอบของหลักสูตรมีความสอดคล้องและสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาวิทยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

สราวุฒิ สืบแย้ม. (2566). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมวิทยากร (Train the Trainer) สำหรับการฝึกอบรมการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบและส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 11(1), 303–317.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2566
ผู้แต่ง

สราวุฒิ สืบแย้ม

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

You might also like...

ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความพร้อมรับผิด วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดจากการทุจริตและความโปร่งใสของ อปท. จ.อุตรดิตถ์

ความโปร่งใสเริ่มต้นจากวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ไม่ใช่แค่กฎหมายหรือบทลงโทษ งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการลดทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความท้าทายของผู้สอบบัญชีต่อการตรวจสอบการทุจริตในงบการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่

โลกยุค New Normal ทำให้การตรวจสอบการทุจริตซับซ้อนยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เผยความท้าทายของผู้สอบบัญชีและชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยีใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และการตรวจสอบเชิงสืบสวนเพื่อสร้างความโปร่งใสและเชื่อมั่นทางการเงิน

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก