การคุ้มครองพยานในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

เมื่อการคุ้มครองพยานไม่ใช่เพียงการปกป้องบุคคล แต่คือการสร้างหลักประกันให้ระบบยุติธรรมสามารถทำงานได้อย่างเข้มแข็งและเปิดทางให้ประชาชนกล้าเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกเสียงที่ลุกขึ้นพูดความจริงจะได้รับการปกป้องอย่างแท้จริง

 

การทุจริตในภาครัฐเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบราชการและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน หนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยเปิดโปงและยับยั้งพฤติกรรมทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ “พยาน” ซึ่งมักเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรง อย่างไรก็ตาม การให้ถ้อยคำหรือแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่รัฐนั้นอาจทำให้พยานตกอยู่ในความเสี่ยง ทั้งด้านความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และสภาพจิตใจ จึงทำให้มาตรการคุ้มครองพยานกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ไม่อาจละเลย หากต้องการสร้างระบบต่อต้านการทุจริตที่ประชาชนสามารถไว้วางใจและมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง 

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ในการคุ้มครองพยานในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และเพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อนำมาตรการการคุ้มครองพยานมาใช้ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยใช้การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างในการเก็บข้อมูลโดยเก็บข้อมูลกับผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ ผู้เกี่ยวข้องในการคุ้มครองพยานในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาาานผู้บริหาร และผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้แจ้งเบาะแสของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม 

 

ผลการศึกษาระบุว่า เจ้าหน้าที่เห็นพ้องต้องกันว่าการคุ้มครองพยานเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เนื่องจากพยานเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามจากการให้ข้อมูลแก่รัฐ อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการดังกล่าวยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน เช่น บุคลากรและงบประมาณของหน่วยงานที่ไม่เพียงพอ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นขาดแคลน รวมถึงการขาดแนวปฏิบัติและการประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจนต่อสาธารณะ จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันให้การคุ้มครองพยานเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นใจแก่พยานและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริตภาครัฐ

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

 ภควดี ประดับเพชรรัตน์. (2556). การคุ้มครองพยานในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ. วารสารกระบวนการยุติธรรม, 6(1), 85–100. 

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2556
ผู้แต่ง

ภควดี ประดับเพชรรัตน์

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลทางทฤษฏีเชื่อมโยงดัชนี ITA ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและความคิดที่จะออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริตในภาครัฐ

งานวิจัยชี้ว่า 3 ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความคิดของบุคคลที่จะออกมาแจ้งเบาะแสในหน่วยงาน ได้เเก่ จริยธรรมขององค์กรที่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพื่อสาธารณะ ความสามารถในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมของเเต่ละบุคคล และความรู้สึกปลอดภัยในการเเสดงความคิดเห็น

ราชการไทยไร้คอร์รัปชัน : การสำรวจความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่รัฐต่อการแจ้งเบาะแสการทุจริต

ศึกษาปัญหาการแจ้งเบาะแสการทุจริตในราชการไทย โดยใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่จากหน่วยงานรัฐส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น เพื่อสำรวจความเห็นของเจ้าหน้าที่รัฐและพฤติกรรมการแจ้งเบาะแสการทุจริต

มาตรการในการให้ความคุ้มครองข้าราชการผู้ใช้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ

คดีเกี่ยวกับการคอร์รัปชันในวงราชการก่อให้เกิดผลเสียต่อการบริหารของรัฐ เพื่อสนับสนุนให้พยานที่เป็นข้าราชการกล้าเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น จึงควรแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อหน้าที่การงานของผู้ให้ข้อมูล

You might also like...

จากมุมมองโลกสู่ไทย ทำอย่างไรให้ ‘วงวิชาการไทย’ โปร่งใสตรวจสอบได้

วงวิชาการไทยจะโปร่งใสได้อย่างไร? ชวนสำรวจการเปิดข้อมูลทุนวิจัย การจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน และการสร้างระบบที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่การให้ทุนถึงผลงานวิจัย

KRAC Insights I ใครคือเจ้าของตัวจริง? เปิดข้อมูลผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง ปิดทางฟอกเงินและคอร์รัปชัน

ใครคือเจ้าของตัวจริงของบริษัทที่รับงานจากรัฐ ถือครองทรัพยากร หรือมีอำนาจควบคุมกิจการ? บทความนี้ชวนทำความเข้าใจข้อมูลผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงและบทบาทของการเปิดเผย ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อปิดช่องว่างที่ถูกใช้ซ่อนทรัพย์สิน ฟอกเงิน และปกปิดความเชื่อมโยงทางผลประโยชน์

แก้ปัญหาทุนเทาทั้งระบบ “เปิดข้อมูลสำคัญ” ลดฮั้วประมูล

เงินทุนสีเทาแทรกซึมเศรษฐกิจไทยผ่านช่องว่างกฎหมายได้อย่างไร? ชวนสำรวจบทบาทของ Open Data ในการเปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ ลดความเสี่ยงคอร์รัปชัน และมองเห็นสัญญาณฮั้วประมูลได้เร็วขึ้น