การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมนักเรียนในด้านการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ควรจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมตามหัวข้อ และควรใช้สื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วม และมีจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่หลากหลายรอบด้าน
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหา สร้างรูปแบบ และเสนอรูปแบบในการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา เพื่อส่งเสริมผู้เรียนด้านการป้องกันการทุจริตคอรัปชัน ตามหลักฆราวาสธรรม 4 ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพังโคนวิทยาคม จังหวัดสกลนคร โดยใช้วิธีการศึกษาแบบผสานวิธี ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ในกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 140 คน โดยใช้เครื่องมือแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ และใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมานในการวิเคราะห์ข้อมูล
ผลการศึกษาพบว่า การจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมการป้องกันการทุจริตตามหลักฆราวาสธรรม 4 ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพังโคนวิทยาคม จังหวัดสกลนคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีคะแนนสูงสุดคือการจัดการเรียนรู้ตามหลัก “จาคะ” รองลงมาคือ “สัจจะ” “ทมะ” และ “ขันติ” ตามลำดับ
ในด้านแนวทางการจัดการเรียนการสอน พบว่ามีการประยุกต์ใช้วิธีการที่หลากหลายและสอดคล้องกับหลักธรรมแต่ละด้าน ได้แก่ การสอนแบบสถานการณ์จริงในหลักสัจจะ การใช้กรณีศึกษาในหลักทมะ การใช้บทบาทสมมติในหลักขันติ และการเรียนรู้แบบแก้ปัญหาในหลักจาคะ ซึ่งช่วยส่งเสริมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์และการพัฒนาทักษะทางจริยธรรมของผู้เรียน
สำหรับแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในอนาคต ควรให้ความสำคัญกับการใช้สื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่หลากหลาย เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมการต่อต้านการทุจริตอย่างยั่งยืน
รูปแบบ APA
พิษณุ หอมสมบัติ, สมควร นามสีฐาน, กิตติศักดิ์ สุวรรณชัยรบ และสุนทร สีพันธ์บุญ. (2563). การจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา เพื่อส่งเสริมผู้เรียนด้านการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ตามหลักฆราวาสธรรม 4 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 โรงเรียนพังโคนวิทยาคม จังหวัดสกลนคร. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 6(1), 389–403.
- พิษณุ หอมสมบัติ
- สมควร นามสีฐาน
- กิตติศักดิ์ สุวรรณชัยรบ
- สุนทร สีพันธ์บุญ
หัวข้อ
โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์
บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน
โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน
เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่
โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2
จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง


